2007/Jan/26

ว่าด้วย หนูโดน Tag อ่ะ นั่งคิดตั้งนานอะไรคือ Tag พอกลับไปคนที่บล็อกท่านที่ส่งมา

หนูก็เข้าใจ ประมาณต้องบอกความลับอะไรใช่ม๊าย ส่งต่อด้วยรึเปล่า คงจะใช่ไม่งั้นหนู

คงไม่ได้ เอาเถอะ ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แค่รู้ช้าไป10กว่าวัน อืมๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่า

1.อืมๆ คิดยากเหมือนกัน ไม่ค่อยมีเรื่องลับๆกับชาวบ้านเค้า 555++ แต่มีตอนม.2 เป็นพวกอยู่เฉยไม่เป็นชอบไปนั้นมานี่โดดขึ้นโดดลง แล้ววันกนึ่งก็ต่อก้าวอี้ให้มันสูงๆแล้วกระโดดข้าม แต่ไม่รู้ยังไงพอโดดเสร็จรู้สึกว่ามันแปลกๆ แสบๆยังไงไม่รู้ เลยลองจับขาดู มันเจ็บอ่ะกางเกงพละมีรอยขูดด้วย แต่ก้ไม่สนใจพอกลับถึงบ้านจะอาบน้ำ ก็เจอแผลขูดตั้งแต่หัวเข่าขึ้นมาเลย ลึกด้วย เป็นแผลเป็นน่ากลัวมาก อย่างกับไปออกรบมาอ่ะ ใส่กางเกงขาสั้นไม่ได้เลย 555++ ลืมบอก เก้าอี้พวกนั้นมันพังเลยมีพวกเหล็กอะไรยื่นออกมาด้วย เหอๆ

2.ทิ้งเพื่อนที่รักที่สุดคนหนึ่งไป ............เรื่องนี้ไม่เคยบอกใคร เราน้อยใจเพื่อนคนหนึ่งมาก เคยพุดกันแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็แค่นั้นในที่สุด จู่ๆก็ไม่อยากเจอหน้าเพื่อนคนนี่ ไม่คุยด้วย ไม่มองหน้า ทำเป็นไม่เห็น อืม ..ในที่สุดมันก็กลายเป็นคนนอกไป .. ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกัน บ้านระแวกเดียวกัน พ่อแม่รู้จักกัน รู้จักกันมา13ใน18ปี แต่ก่อนรู้สึกเป็นห่วงที่มันไม่เข้าเรียน ตอนนี้เฉยๆ อยากไปไหนก็ไป ทั้งที่บางทีมันไม่โผล่หัวมาโรงเรียนด้วยซ้ำแต่ก็ไม่รู้สึกสนใจอะไรเลย แต่พอมันมาเรียนกลับรู้สึกน้อยใจ ทั้งโกรธ จนคิดว่าไม่ต้องมาเรียนอีกเลยก็ดี ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก ...เห้อ..แล้วมันก็ไม่มาจริงๆ

3. กำลังชอบคนๆหนึ่งมาก แต่คิดว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้ อ่ะ

4.ตอนนี้กำลังมีความลับกับเพื่อนรัก สำหรับเพื่อนคนอื่นอาจเป็นเรื่องปกติ แต่คนที่ใช้ ยูส กับพาสเดียวกันแทบทุกเว็บทุกบอร์ดอย่างเรากับเพื่อนคนนี้แล้วการมีความลับมันทำให้รู้สึกผิดมาก พอมีความลับก็กลายเป็นโกหก เพื่อนอีก3คนรู้หมดแต่เค้าไม่รู้ ทั้งที่รักเพื่อนคนนี้ที่สุด ไม่รู้ว่าจะบอกเจ้าตัวตอนไหนเหมือนกัน แล้วไอ้ความลับที่ว่า อยู่ที่ข้อ 3 นั่นแหล่ะ

5. ความลับ ..ลับจริงๆ ...เรามีความลับไม่ถึง5ข้อหรอก มันมากเกินที่มันสมองน้อยๆจะรับไหว ไม่ใช่คนคิดมากอะไรจนมีความในใจ เป็นคนตรง บ้าๆ บวมๆ จนไม่มีความลับ อาจจะมี แต่ก็ไม่ลับสำหรับเพื่อนอีกสี่คน ยกเว้นเรื่องที่ 3 นั่นแหละเพื่อนที่รักที่สุดไม่รู้ แล้วก็ไม่รู้จะบอกยังไงด้วย ความลับหรืออะไรเรามีแค่นี่แหล่ะ

...........................................................................

ไม่Tagต่อให่ใครน้ะจ้ะ ไม่ค่อยรู้จักใครอ่ะ หุหุ


edit @ 2007/01/26 02:15:02

2006/Dec/05

[SF]++ขยับรัก...ให้ใกล้อีกนิด++,

Shin+Keit Love's forever

By...Madelyne

..............[SF]++ขยับรัก...ให้ใกล้อีกนิด++,.................

........ นี่ เคตะ......ชั้นชอบนายมากเลยนะ คบกับชั้นได้มั้ย....
......นั่นเป็นคำสารภาพรักที่ผมได้ฟังจากปากเพื่อนร่วมห้องของผม ชินยะ ผมก้อไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้คนป๊อปๆอย่างเค้ามาชอบคนที่ธรรมดา ธรรมดาๆๆๆ มากกกก อย่างผม ไม่ใช่ไม่ดีใจนะ แทบจะตัวลอยเลยล่ะ แต่มันก้อยังงงๆกันอยู่นิดส์ๆอ่ะนะ แต่ว่า.....ผมก้อได้ตอบตกลงไปแล้วล่ะ....^^ และมาจนถึงวันนี้.....เราก้อคบกันมาได้ 3 เดือนละฮะ....แล้วก้อ......เคย.....กันมาครั้งนึงแล้วด้วย...(พูดแล้วเขิล) แต่เรื่องของเรื่องก้อคือ.......ผมยังไม่เคยพูดว่าชอบเค้าเลยอ่ะซี๊ (-_-)


............................................................
........................................
นี่...วันนี้อากาศสดใสจังเลยนะเคตจัง ชินยะพูดด้วยความสดชื่น
อืม.......นั่นสิ ตอนเช้าๆที่อากาศเย็นหยั่งงี้เนี่ยเหมาะที่จะออกมาเดินที่สุดเลยนะ ผมเองก้อรู้สึกสดชื่นไปด้วย
เออ...วันนี้ชั้นทำข้าวกล่องมาฝากชินจังด้วยนะ ไว้กินด้วยกันตอนเที่ยง
อื้ม.....ดีเลย.....ขอบใจมากนะ....เคตจังเนี่ยน่ารักที่สุดเลย
................................................
.................ดูเหมือนว่าความรักของเราสองคนจะดำเนินราบเรียบไปด้วยดี ซึ่งมันก้อเป็นแบบนั้นจริงๆ เราค่อนข้างจะเข้าขั้นว่าหวานกันมากเลยล่ะ......แต่ว่า...........
นี่ๆๆๆๆๆๆ....นั่งที่ได้แล้ว วันนี้เรามีนักเรียนย้ายมาใหม่นะ อยากให้ทุกคนทำความรู้จักกันไว้...อ่ะ..เชิญจ้ะ อ.ก้อเรียกนักเรียนคนที่มาใหม่เข้ามา
.......ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ ปากก้ออมชมพูนิดๆ ดูแล้วน่ารักจริงๆเลย
สวัสดีครับ ผมจิบะ เรียวเฮ เพิ่งเคยมาที่โตเกียวครั้งแรก ฝากตัวด้วยนะครับ คนตัวเล็กนั่นโค้งให้หนึ่งที
อ่า...โอเคแล้วนะทุกคน อ๊ะ.....พอดีเลยจิบะคุง ที่นั่งตรงข้างๆทานิอุจิว่างพอดี ไปนั่งตรงนั้นเลยนะ อาจารย์พูด
ครับ แล้วเรียวเฮก้อไปนั่งที่ตามที่ อ. บอก
.... หวัดดี ชั้นจิบะ เรียวเฮ เรียวเฮยิ้มให้ชินยะอย่างเป็นมิตรสุดๆ
อืม...ดี ชั้นทานิอุจิ ชินยะ ห้อง5B ยินดีต้อนรับ ชินยะก้อเลยยิ้มรับตอบ (อย่างแป๊ะๆ)
.......ผมก้อเลยมองดูเด็กใหม่นั่นนั่งคุยกับชินยะกระหนุงกระหนิงเชียวละ แต่ผมก้อยังไม่คิดอะไรมากหรอกนะ ใจจริงก้อแอบเข้าข้างตัวเองนิดๆ....ถ้าชินยะไม่ชอบเราแล้วจะมาบอกรักเราทำไมล่ะ...

............ผ่านไป 3 วัน...............
นี่ ชินยะ ชั้นยังไม่รู้จักที่นี่เท่าไหร่เลย....ตอนบ่ายอ่ะพาชั้นไปทัวร์โรงเรียนหน่อยนะ เรียวเฮขอร้องชินยะด้วยหน้าตาอ้อน ๆ
อะ.....เอ่อ....จะดีหรอ...ทำไมไม่ชวนคนอื่นดูล่ะ ชินยะเองก้อหวั่นๆกับสายตาของคนตัวเล็กอีกคนที่คอยจับจ้องอยู่
ไม่เอาอ่ะ....ก้อชั้นนั่งกับชินคุงนะ ชินคุงต้องพาชั้นไป ไม่งั้นจะบอก อ. จริงๆด้วยว่าห้องนี้ไม่เป็นมิตรกับชั้นเลย เรียวเฮออกแนวขู่
....... เอ่อ.....งั้น......ก้อได้......แปบเดียวนะ กรรมเวรอะไรของกรูฟะเนี่ย ตั้งแต่เรียวเฮมา ก้อไม่ค่อยมีเวลาจะคุยกับเคตะเท่าไหร่เลย ต้องคุยโทรศัพท์กันตอนกลับบ้านแค่นั้น
.......ทางด้านเคตะเอง.....ก้อชักจะไม่วางใจไอ้เรียวเฮคนนี้ซะแล้วสิ ทำไมไปไหนมาไหนต้องลากชินจังไปด้วย แต่ก้อทำอะไรไม่ได้.....ขนาดจะไปบอกกับชินยะว่ารัก....ยังยากเลย....แล้วประสาอะไรกับจะไปบอกคนอื่นว่าเป็นแฟนกับชินยะน่ะ
........................เลิกเรียน...................
เอ่อ........เคตจัง....วันนี้กลับไปก่อนก้อได้นะ.....ชั้นต้อง....... ชินยะยังพูดไม่จบ
พาเรียวเฮไปทัวร์โรงเรียน นายเนี่ยน่าจะได้รางวัลนักเรียนดีเด่นนะว่ามั้ย เคตะพูดแหย่ชินยะเล่นๆ
.....เคตจังโกรธชั้นเหรอ ชินยะ
ห๊ะ.....ปล่าวนี้.....ชินจังเห็นชั้นเป็นคนไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเลยเหรอ ผมว่าคืนบ้าง
ป่ะ...ปล่าวนะ ชั้นไม่อยากทำอะไรให้เคตจังไม่สบายใจ ชินยะ
......งั้นนายก้อหัดปฏิเสธเค้าซะบ้างสิ ไอ้แป๊ะดำ......
ไม่มีอะไรที่ชั้นไม่สบายใจหรอก......คืนนี้อย่าลืมโทรมาละกัน ผมก้อเลยต้องรีบตัดกลับบ้านก่อน กลัวเก็บอารมณ์ไม่ไหว กลัวโดนชินยะหาว่าเป็นคนไม่มีเหตุผล
.................................
..........................................ยิ่งผ่านไปหลายวัน ผมยิ่งรู้สึกว่าเราห่างไกลกันมากขึ้น......เพราะอยู่ที่ห้อง....ไอ้แมวบ้าก้อมัวแต่กัดกันกับฮิโระจังอยู่นั่นแหละ นี่มันเป็นแฟนกันหรือเป็นคู่ปรับกันแน่ ......ส่วนรายชินยะนั่น...ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย.......โดนเรียวเฮลากไปตลอด........เริ่มจะฉุนขึ้นมาแล้วนะ........อย่ามาหาว่าไม่มีเหตุผลละกันนะชินยะ มันเพราะใครกัน ยังไงวันนี้ก้อต้องคุยกับชินยะให้รู้เรื่อง........

.......................ที่ห้องของชินยะ............
แกร่ก......เสียงเปิดประตูเข้าไป ซึ่งผมเองก้อสามารถมาได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่.....ทำไมวันนี้รองเท้ามันเพิ่มขึ้นอีกคู่ฟระ เคตะก้อเลยเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จนไปถึงห้องนอนของคนรัก.....
อิอิ.....ฮ่า ๆ ๆ ๆ ....ฮิๆๆๆ ได้ยินแต่เสียงหัวเราะคิกคักๆ ข้างใน เคตะก้อเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปดู
......................................................
........................................
...........และภาพนั้นก้อทำเอาผมถึงกับค้าง.......ภาพที่.......เรียวเฮกำลังคร่อมร่างของชินยะอยู่ นี่น่ะหรอ......ผลตอบแทนของความไว้ใจของชั้น หรือผลตอบแทนที่ชั้นไม่เคยบอกรักนายอ่ะ
คะ......เคตะ.....มาได้งัยเนี่ย แล้วทั้งคู่ก้อรีบออกจากกันทันที
.....นายกำลังทำอะไรอยู่ชินยะ เคตะถามเสียงเรียบเย็น และ น่ากลัว
ก้ออย่างที่เห็นน่ะ.......เรียวเฮเค้าอยากมาปรึกษาอะไรที่บ้านหน่อยน่ะ ชินยะอธิบาย
งั้นหรอ....ทำไมไม่ปรึกษากันบนเตียงเลยเล่า เคตะระเบิดอารมณ์ที่คั่งค้างมานาน ทำเอาชินยะกับเรียวเฮอึ้ง
......นายเบื่อชั้นแล้วรึไง.......ที่ชั้นไม่เคยบอกว่ารักนายน่ะ.....เพราะชั้นคิดว่า....การกระทำของเรา....ฮึก มันย่อมเชื่อได้กว่าคำพูดปากเปล่า...อึก..แต่ชั้นก้อรู้แล้ว...ฮึก....ว่าชินยะไม่ได้ทำตามที่พูดเลยแม้แต่น้อย เคตะร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน แล้วก้อวิ่งออกไป
แย่แล้วเรียว.......มันไปกันใหญ่แล้วเห็นมั้ย ชินยะหันมาตวาดเรียวเฮ
ก้อใครจะไปรู้ว่าเคตะเค้าเป็นเอาขนาดนั้นนิ.....ชั้นก้อแค่อยากปรึกษานายอ่ะ เรียวเฮ
งั้นนายก้อรีบกลับไปเลย....ถ้าชั้นเคลียร์กับเคตจังไม่ได้.....แกตาย!!! ชินยะบอกอย่างจริงจัง
จ้าๆ.....รับรองชั้นหนุนหลังนายเสมอ แล้วเรียวเฮก้อออกจากห้องไปอีกคน
..............ชินยะวิ่งตามหาเคตะไปทั่ว.......ทั้งที่บ้าน.......แต่เคตะยังไม่กลับ........ชินยะก้อวิ่งไปเรื่อย ๆ ไปที่ที่คิดว่าเคตะจะไป..............
แฮ่ก .......แฮ่ก มีเสียงหอบหายใจของชินยะเท่านั้นที่สวนสาธารณะนี่ นายหายไปอยู่ไหนกันนะเคตะ ชั้นจะอธิบายทุกอย่างให้นายฟัง มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด
.......แล้วชินยะก้อเหลือบไปเห็นร่างๆนึงที่เดินเอื่อย ๆ อยู่ไกลๆ....ซึ่งมันไม่ชัดนัก ชินยะจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปใกล้ๆ.....แล้ว.....แผ่นหลังนี้....กำลังสะอื้น......ทรงผมนี้.....ชินยะจำได้ดี.....เคตะ
เฮ้ยยยย......ฮึก....ปล่อยนะเว่ยไอ้บ้า แกจะมาทำแบบนี้กับชั้นไม่ได้นะ เคตะโวยวายทันทีที่ผมกอดเค้าจากข้างหลัง แต่ผมก้อยิ่งกระชับอ้อมกอดของผมให้แน่นขึ้นไปอีก
ฮึก...ฮือ.....ปล่อย....ชั้นนะ..... เคตะพูดอย่างอ่อนแรง นายทำกับชั้นได้เจ็บแสบมากชินยะ อยากได้อะไรทำไมไม่บอกกันดีๆ
ถ้าปล่อยแล้วนายจะฟังชั้นมั้ย ชินยะกระซิบข้างหูคนตัวเล็ก นั่นยิ่งทำให้คนตัวเล็กร้องไห้เข้าไปอีก
ฟังชั้นให้ดีนะ.....ไม่ใช่ว่าชั้นอยากทำให้เคตจังเสียใจนะ แต่เรียวเฮเค้ามาปรึกษาเรื่องแฟนเค้า เห็นว่าเป็นคนมีแฟนเหมือนกัน แต่เรื่องนั้น.....มันก้อไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของชั้นหรอกนะ......ถึงชั้นจะไปกับใคร....แต่คนเดียวในใจของชั้น....ก้อคือเคตจังนะ ชินยะอธิบายเรื่องทั้งหมด แล้วก้อประทับจูบลงไปที่แก้มของอีกคน
........ ....ล่ะ....แล้วชินจังไม่โกรธชั้นหรอ...ฮึก...ที่ชั้นไม่เคยบอกรักชินจังเลย...ล่ะ....แล้ว.....ภาพที่ชั้นเห็นล่ะ... ตอนนี้เคตะสับสนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
..ที่นายเห็นน่ะ.....เรียวเฮเค้าหกล้มมาใส่ชั้นต่างหาก แล้วชั้นจะไปทำแบบนั้นกับเค้าทำไม....ก้อชั้นมีเคตจังอยู่ทั้งคนนี่....และไม่ต้องกลัวว่าชั้นจะโกรธ....ชั้นรู้อยู่แล้ว.....ว่าเคตจังเองก้อรักชั้นไม่แพ้กัน....ชั้นจะรอนะ...วันที่เคตจังบอกว่ารักชั้นอ่ะ ชินยะกระซิบที่ข้างหูคนตัวเล็กอีกที
.......ทันที เคตะก้อได้กลับตัวมากอดชินยะตอบ....อยากให้รับรู้ว่า.....เข้าใจแล้ว...ความแคลงใจทุกอย่าง....... แล้วก้อกลับไปที่ห้องของชินยะ
....นี่ชินจัง.... เคตะพูดขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของคนรัก
หืม ชินยะ
.....ชั้นรักชินจังนะ คนในอ้อมกอดพูดแล้วก้อซุกหน้าลงกับอกกว้างเพื่อหลบความอายที่มีอยู่เต็มหน้า
ชั้นรู้แล้ว พูดจบชินยะก้อประกบปากของเคตะทันที จากอ่อนโยนแล้วค่อยๆเพิ่มความหนักหน่วงของปลายลิ้นที่สอดเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นบางของคนตัวเล็ก ชินยะจูบเคตะอย่างกระหายหลังจากที่ไม่ได้สัมผัสกันมานาน ดูเหมือนทั้งสองคนจะรู้สึกเหมือนกัน
อือ.......อืม เสียงของเคตะท้วงอยู่ในลำคอ ชินยะเองก้อเห็นท่าเคตะจะไม่ไหวก้อละจากริมฝีปากหวานมาสู่ซอกคอขาวเนียนของเคตะแทน ชินยะซุกไซร้มันอย่างอ่อนโยน จนเคตะเองเริ่มทนไม่ไหว
อือ.....พะ.....พอแล้ว..... เคตะผละจากชินยะได้ก้อผลักชินยะให้นอนลงทันที แล้วคนตัวเล็กก้อขึ้นคร่อมร่างสูง ชินยะเองก้อแทบจะไม่เชื่อสายตา ว่าเคตะจะกล้าได้ถึงเพียงนี้
แฮ่ก......ชั้นขอทดแทน....แฮ่ก......ที่ชั้น..ไม่บอกว่ารักชินจังซักทีนะ แล้วเคตะก้อก้มลงประกบปากร่างสูงทันที ทั้งคู่บดเบียดริมฝีปากกันอย่างหื่นกระหาย มือเล็ก ๆ ของเคตะก้อลูบไล้ไปทั่วร่างของคนข้างล่าง จนไปหยุดอยู่ที่จุดอ่อนไหวของร่างสูง ร่างบางละริมฝีปากออกและจ้องมองอีกคนด้วยสายตาเย้ายวน ทำเอาคนข้างล่างแทบจะกระอักตายเพราะความเซ็กซี่ มือเล็กจึงสอดเข้าไปใต้กางเกงของร่างสูง สัมผัสส่วนอ่อนไหนของร่างสูงเบาๆแล้วค่อยหนักหน่วงขึ้น จนชินยะทนไม่ไหว ต้องท้วงออกมา
อืม...อ้ะ....คะ...เคตะ...ชะ..ช่วยที ชินยะบอกอย่างลำบากเพราะตอนนี้เหมือนเคตะกำลังจะแกล้งคนข้างหน้า แต่เคตะก้อไม่รอช้า จึงเลื่อนตัวไปยังส่วนล่างของร่างสูง แล้วใช้ปากกับส่วนนั้นอย่างเก้ๆกังๆเพราะยังไม่เคยทำมาก่อน แต่ก้ออยากจะทำให้คนรักรู้สึกดีที่สุด ปากของเคตะก้อรูดส่วนนั้นจากช้า...เป็นเร็ว.......จนร่างสูงทนไม่ไหวจึงปลดปล่อยใส่ปากของร่างบาง
แค่กๆ...... เคตะถึงกับสำลัก แล้วร่างสูงก้อเชยคางมนนั้นขึ้นมาประกบปากอีกทีแล้วก้อพลิกร่างบางลงไปอยู่ข้างล่างแทน
ร้ายนักนะเคตจัง ร่างสูงพูดหลังจากที่ละจากปากของเคตะ
......ร่างสูงจึงเริ่มสอดนิ้วไปที่ช่องทางคับแคบของเคตะ จาก 1....เป็น2...และ3...กดย้ำมากขึ้น จากช้า...เป็นเร็ว จนคนข้างล่างร้องกระเส่าอย่างควบคุมเสียงไม่ได้
อ่ะ.....อ๊ะ......อ๊ะ...อะ....พอแล้ว....ชิน..จะ....จัง...เข้ามาเถอะ.... ชินยะแทบหยุดหายใจเมื่อได้ฟังคำพูดนี้ออกจากปากเคตะ คนรักที่แสนน่ารักของเค้า
จ้า....ใจเย็นๆสิที่รัก แล้วชินยะก้อสอดแกนกลางแทนที่นิ้วของตน แล้วชินยะ....ก้อบรรเลงเพลงรักของตนเองต่อไป.....จนเกือบถึงเช้า.....ทั้งคู่จึงหมดแรงหลับไป........
....................แต่สิ่งที่ไม่หมด.......แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก้อคือ......ความรักของชั้นที่มีต่อนายนะ...เคตะ
..................ไม่ว่าจะเป็นยังไง.....แต่ชั้นจะรักษาความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุดเลยนะ.........ชินจัง

..........เช้าวันต่อมา..........
ชินยะกับเคตะก้อเดินมาโรงเรียนด้วยกันเหมือนอย่างทุกวัน.....แต่ว่าวันนี้...ทำไมมันรู้สึกเต็มอิ่มผิดปกตินะ
นี่....นาย......ทานิอุจิคุงใช่มั้ย เสียงๆนึงทักชินยะขึ้นมาขณะเดินมาถึงหน้าโรงเรียน
เอ่อ.....ครับ....รุ่นพี่มีไร นี่มันประธานนักเรียนทาจิบานะนี่หว่า มาทักกรูทำไมฟระ
นายนั่งข้างแฟนชั้นใช่มั้ย ประธานเคตะยังถามต่อ
แฟน.....ใครอ่าคับ ชินยะยังไม่รู้เรื่อง
ฮึ่ย.....ก้อนี่ไง้ ประธานเคตะพูดจบแล้วก้อดึงคนที่หลบอยู่ข้างหลังให้ออกมา......เรียวเฮน่ะเอง
ห๊ะ... ทั้งชินยะและเคตะร้องขึ้นพร้อมกัน......ไอ้เด็กใหม่เนี่ยนะ
คนนี้แหละ......ชั้นไม่รู้ว่าเค้าย้ายมาวันไหนเพราะอาทิตย์ที่แล้วชั้นก้อไปแข่งคณิตศาสตร์ที่อื่นหลายวันเลยไม่รู้เรื่อง เค้าก่อเรื่องให้พวกนายรึเปล่า ประธานถามด้วยความเป็นห่วง
ก้อ....นิดหน่อยอ่ะฮะ......แต่ก้อโอเคแล้ว ชินยะอธิบาย
งั้นหรอ.......ถ้ามีอะไรชั้นก้อต้องขอโทดแทนเค้าด้วยละกันนะ นิสัยเสียเงี้ย....ป่ะ.....มานี่เลย พูดจบแล้วประธานเคตะก้อลากเรียวเฮออกไปทันที ปล่อยให้ชินยะกับเคตะยืนงงอยู่2คน โอ้ว....ช่างมาเร็วไปไวดีแท้
.................ดูท่าทางว่าจะมีเรื่องวุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ซะแล้วสิ.................
...........................End..........................................

++++++++++++++++++++++++++++++++++

2006/Dec/01

((SHORT FIC)) +==========THE THIN LINE =========+

Act :: Changmin X Jaejoong

By..Giselleshine

--------------------------------------------------------------------------------
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เด็กหนุ่มร่างสูงเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ทั้งที่ไม่ควรเป็นอย่างนั้น
อีกไม่กี่นาทีเขาจะอายุ 18แล้ว แต่ตอนนี้เข้าไม่ได้รู้สึกดีอะไรเลย สองเท้ายังเดินต่อไปเรื่อยๆ
จนมาหยุดที่หน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง แล้วก็ต้องแปลกใจ ใบหน้าที่เศร้าหมองมีรอยยิ้มเผยมานิดๆ
ก่อนที่จะกลับไปเรียบเฉยเหมือนเคย เขาไม่ได้กลับมาที่นี่หลายเดือนแล้ว
ตั้งแต่คนข้างบนนั้นบอกตัดความสัมพันธ์ ตั้งแต่ไม่มีเหตุผลที่ต้องมาที่นี่




"ข้างนอกมันหนาว เข้ามาก่อนไหม ชางมิน" ชายหนุ่มร่างบางถาม
แก้มเป็นสีชมพูเรื่อ มีอาการหอบนิดๆ นั่นคงเพราะวิ่งลงมาสินะ
เด็กหนุ่มมองยิ้มๆแล้วส่ายหน้าเชิงปฏิเสธ ความจริงแล้วอยากตอบตกลง




----------หมับ!!!!~------------------------




"ไปเถอะ มือนายเย็นหมดแล้ว" ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหน แต่มือบางก็จับมือของเขาไว้แน่น
"ฉันทำซุปไว้ข้างบน ไปทานก่อนเถอะ"
แล้วก็ลากเอาเด็กหนุ่มเดินตามไปทั้งที่ไม่จำเป็นแท้ๆ ชางมินเดินตามไปเงียบๆ
เขาอยากจะพูดอะไร?




"คุณคิม? "




-----กึก---------การเคลื่อนไหวของคนตรงหน้าหยุดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง
ไม่สิ เมื่อได้ยินคนคนนี้เรียกตัวเองเหินห่างขนาดนี้




"เรียกเหมือนเดิมเถอะนะ อย่าเรียกแบบนี้เลย"




"ช่วยลืมเรื่องที่ฉันพูดตอนนั้นก่อนได้ไหม อย่างมากก็ตอนนี้" เสียงสั่นที่เอ่ยมาโดยไม่หันมาสบตา
อีกคนมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด




"ครับ"




ตอบไปทั้งที่หากทำตัวเองก็ต้องเสียใจ แต่ไม่ปฏิเสธ




.........................................................................




ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเลยที่เปลี่ยนแปลง
กระทั้งแจกันสีฟ้าบนโต๊ะรับแขกวันที่ขึ้นมาครั้งแรกเมื่อ2ปีก่อนนั้นยังไม่มี
ก็เขาเป็นคนซื้อให้เองทำไมจะจำไม่ได้ หลังจากที่ขึ้นมาถึงห้อง ร่างบางก็เดินเข้าไปในครัว
เพื่ออุ่นกับข้าวให้คนที่พามา ยิ่งมองไปรอบๆห้องยิ่งรู้สิกทรมาน
ทั้งที่ทุกอย่างในห้องนี้ยังเหมือนเดิมมีเพียงสถานะระหว่างพวกเขาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป




"นี่! ชางมิน บอกกี่ครั้งว่าอย่าหยิบกินก่อน" เสียงเหวของคนหน้าหวานดังมาจากข้างหลัง
เด็กหนุ่มหันไปยิ้มทะเล้นให้ทีก่อนวิ่งออกจากห้องไปรอข้างนอก




"รีบๆนะแจจุง"แต่ก็ไม่วายตะโกนมาเร่งคนข้างใน ที่ตอนนี้ยิ้มเอือมๆกับคนข้างนอกที่
ชอบทำตัวเหมือนเด็ก




20นาทีต่อมา




"หวาน " ชางมินทำหน้าหยีสุดเมื่ออาหารคำแรกเข้าปาก ซึ่งทำให้ยอดพ่อครัวถึงกับตะลึงในความผิดพลาดของตัวเอง หวานหรอ ?




" ไหน ? " ก่อนที่จะตักมาทานคำหนึ่ง อืม? ก็อร่อยดีนี่ อะไรอีกล่ะ เจ้าเด็กนี่ " ไม่เห็นหวานเลย"




"หวานจริงๆนะ" ชางมินเถียง




"จะกินไม่กิน เดี๋ยวก็เก็บซะหรอก " แจจุงแกล้งทำเป็นจะเก็บอาหารทิ้งซะ
ให้มันรู้ไปว่าคนเห็นแก่กินมันจะไม่ห้าม




"ไม่ ๆ ๆ อร่อยแล้วครับๆ" ชางมินรีบแก้เป็นพัลวัน ทำท่าราวกับจะกอดอาหารทุกจานที่อยู่บนโต๊ะเอาไว้




"อย่าบ่นอีกนะ "




15 นาทีต่อมา




"หวาน " เมื่อเค้กคำแรกเข้าปาก ชางมินกพูดคำเดิมออกมา




"อะไรอีกล่ะ " แจจุงถามอย่างสงสัย ก็ปกตินี่ ออกจะอร่อย ปกติก็ไม่บ่นด้วย




"หวานจริงๆนะ ลองกินสิ" เด็กหนุ่มตักเค้กจากจานตัวเองป้อนให้อีกคน
ยิ้มซะกว้างเชียว แต่ไม่รู้ทำไมเมื่ออีกคนทานแล้วจึงหันหน้าหนีทันที ใน
ขณะที่คนป้อนยิ้มอย่างพอใจ




"หวานมั้ย แจจุง"




"......"




"ยังไม่รู้หรอ จะลองอีกมั้ยครับ" เด็กหนุ่มยังคงคาดคั้นต่อไป เมื่ออีกคนไม่ตอบอะไร
ยังคงหันหน้าไปอีกทางไม่ยอมสบตา มือปิดปากไว้แน่น




"ไม่ต้อง" เสียงอู้อี้ลอดออกมา




"หวานใช่มั้ยล่ะ" ชางมินถามอย่างเจ้าเลห์ ร้อยยิ้มมารร้ายเผยออกมาอย่างไม่แอบแฝง
ก็คนตรงหน้าไม่เงยขึ้นมามองเองนี่นะ




"อืม หวาน " ไอ้ที่ว่าหวานน่ะ ไม่ใช่เค้กหรอก แต่เป็นสายตาเจ้าชางมินต่างหาก
สายตาที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าน่ารักดี แต่ตอนนี้
ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่มันดูจริงจริง ดูน่าหลงไหลได้ขนาดนี้ สายตาที่ดูอ้อนๆ
น่ารักน่าแกล้ง ตอนนี้กลับดูเจ้าเล่ห์จนเหลือเชื่อ
.
.................................................................
บนโซฟาสีขาวร่างสูงยิ้มกับตัวเอง ยิ่งนั่งอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่
ก็ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในอดีตได้มาก แต่ก็ไม่อยากเดินออกไปจากที่นี่
โดยเฉพาะ เมื่อแจจุงยังอยู่ในห้องครัว เมื่อนานขึ้นเรื่อยๆเขาก็จำได้ว่า
วันนั้นคือวันก่อนวันเกิดตัวเอง วันนี้เมื่อ1ปี่ก่อน




"จะเที่ยงคืนแล้ว คืนนี้ก็นอนนี่แหละ " ร่างบางบอกขณะล้างจานอยู่
ชางมินเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าฝาบ้าน ไม่นานนักแจจุงก็เดินออกมา




"จะนอนพื้นหรือนอนเตียง" แจจุงถาม




"นอนด้วยกัน จะได้อุ่นๆ " ชางมินรีบตอบ แต่อีกคนดูจะหน้าตึงขึ้นมาทันที




"หรือจะนอนหน้าห้อง " เสียงเย็นๆรอดออกมาจากปากบาง
ชางมินมองคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนที่จะทำหน้าเก็ทขึ้นมา




"ถ้างั้นก็ .....ขอก่อละกัน" เด็กหนุ่มบอกอย่างเด็ดเดี่ยว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซะจน .....




"เฮ้ย!!...ชาง...อุ๊บ"ก่อนที่จะได้พูดอะไร ปากบางก็ต้องเงียบลงจากการครอบครองของอีกฝ่าย
หากแม้มีแรงต่อต้านก็คงไม่มีประโยชน์สัมผัสที่อ่อนโยนยากเกินปกิเสธปลายลิ้นที่หยอกเย้า
ราวกับปลุกเร้าให้ตอบสนองดวงตาหลับพริ้มลงยอมรับและสนองตอบสิ่งที่อีกฝ่ายมอบ
ให้เสียงหายใจที่ใกล้จนรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว
เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามกลัวไหมที่อีกคนจะได้ยิน แต่ตอนนี้ ไม่สนแล้ว
..............ในเมื่อมันเป็นเสียงหัวใจของคน2คน




"...อืม...อื้ม...พะ..พอ "เสียงที่ขาดห้วงเพราะการกระทำของเด็กหนุ่ม
ถ้าไม่หยุดตอนนี้คงเลยเถิดไปแน่ๆ 2มือเริ่มดันแผ่นอกอีกฝ่ายออกกอย่างยากลำบาก




" อืม...."ชางมินที่เหมือนจะรู้ตัวแต่ก็ยังไม่ยอมหยุด รวบ2มือนั้นไว้
ถอนริมฝีปากจากคนตรงหน้า มองหน้าที่หน้าแดงยิ่งกว่าผลเชอร์รี่
กับอาการหอบเล็กๆ มองเขาตาขวาง ทั้งหมดนี้เป็นอะไรที่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เห็นจากคนๆนี้
ยิ้มอย่างพอใจไม่มีการปกปิด น่ารัก //




"ยิ้มอะไร " แจจุงกระชากเสียงถามอย่างหงุดหงิดหลังจากที่ตั้งตัวได้
นี่เป็นการจู่โจมครั้งแรกที่เค้าป้องกันไม่ได้ (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งแต่วางแผนการรบไว้ดี)




"หวาน ว่ามั้ยครับ" ยิ้มที่ใครๆก็บอกว่าเหมือนเทพบุตรทำไมตอนนี้เหมือนซาตานนักก็ไม่รู้
คำตอบที่ได้ก็ยิ่งทำให้ร่างบางไม่พอใจ //..เขินหรอ..//




"งั้นผมไปนอนหน้าห้องนะครับ" เด้กหนุ่มทำหน้าบ้องแบ๊วน่ารัก บิดตัวไปมา
ที่มีความหมายว่า จะให้คนน่ารักๆอย่างผมไปนอนที่แบบนั้นหรอ




"ไปไหนก็ไปเลย" ร่างบางกระแทกเสียงใส่ ปิดประตูอย่างแรง




"รับของขวัญไปแล้วนะครับ" ชางมินพูดกับประตูเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปนอนที่โซฟาสีขาว




..................................................................
บนโต๊ะอาหาร ชางมินกับแจจุงนั่งอยู่คนละมุมโต๊ะบรรยากาศดูตรึงเครียด
มันเงียบเสียจนทำอะไรไม่ถูก แจจุงที่นั่งก้มหน้าก้มตาเช่นเดียวกับชางมิน
กับข้าวที่เคยอร่อยรสชาติก็ยังอร่อยเหมือนเดิมแต่ทำไมรู้สึกไม่รื่นคอเหมือนเมื่อก่อน




"เดี๋ยวนี้เป็นไงบ้าง " ฝ่ายที่ทำลายความเงียบคือแจจุง




"เรื่อยๆครับ ไม่มีอะไร" ชางมินตอบเรีบยๆ แบบที่ผิดนิสัยเจ้าตัว




"ขอโทษนะ"




"ครับ?"




"ขอโทษนะ เรื่องนั้น....." แจจุงพูดเสียงขาดช่วง




"จะพูดอีกทำไมครับ บอกเหตุผลยังดีกว่าขอโทษนะครับ" ชางมินยังคงพูดเหมือนไม่สนใจ
ถึงจะพูดขอโทษอย่างไรก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนถึงจะขอให้บอกเหตุผลก็ไม่มีประโยชน์อะไร
วันนั้นเขาแทบจะขอร้องทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่มีอะไรที่เป็นสาเหตุออกมาจากปากของแจจุงเลย




"ไม่หรอก.......... บอกไม่ได้"คำพูดที่เค้นออกมาอย่างยากลำบาก




"พรุ่งนี้วันเกิดแล้วสินะ "




"ครับ"




"สุขสันต์วันเกิด ล่วงหน้านะ" ร่างบางพูดไม่สบตา
ชางมินสังเกตุมานานแล้วว่าตั้งแต่เข้ามาเขาโดนหลบตาอยู่ตลอด
ดวงตาสวยที่ดูเย็นชาคู่นั้นกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่





......................................................................





"ผมขอค้างได้ไหม ตอนนี้ก็เที่ยงคืนแล้ว เดินกลับคงไม่ได้หรอก"
คำถามของชางมินทำเอาเจ้าของห้องสะอึก ถึงอยากปฏิเสธก็คงไม่ดี เพราะนี้มันก็ดึกจริงๆ




"อืม เดี๋ยวฉันไปเอาที่นอนให้แล้วกัน " แจจุงบอกแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเอาของ
ชางมินเดินตามเข้าไปเงียบๆ ยิ่งเห็นสภาพในห้องยิ่งแปลกใจทั้งรูปทั้งอะไร
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แม้แต่รูปภาพดอกไม้ประหลากที่เขาวาด
ให้เมื่อ2ปีก่อนก็ยังอยู่ มันอะไรกันแน่ ที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ๆ
ต่อให้อยากถามก็คงไม่ได้ เพราะอย่างนั้นก็ควรลืมซะ




"อ่ะ..เข้ามาทำไม"




"ผมนอนกับคุณดีกว่า อุ่นดี" ชางมินบอกยิ้มบางๆนั่งลงบนเตียงก่อนดึงแจจุงเข้ามาหา
ใบหน้าที่ห่างกันเพียงไม่กี่เซน แจจุงก็ยังสามารถหลบตาเขาได้
แต่ครั้งนี้คงยอมไม่ได้ มือเรียวจับหน้าของอีกฝ่ายหันมาอย่างเบามือซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ขัดขืน
มือเรียวเลื่อนไปแตะที่ริมฝีปากแดงทำเอาอีกคนก้มหน้าจน
แทบจะชิดกับคอหัวใจเต้นรัวราวกับจะระเบิดออกมา




"เอ่อ.....ชางมิน"




"ผมอยากได้ของขวัญ ถือว่าเป็นชิ้นสุดท้ายก็ได้ ให้ผมได้มั้ย"
น้ำเสียงที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกเจ็บปวดไปด้วย แววตาที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมันดูเศร้าจนน่าใจหาย
ในที่สุดก็ใจอ่อน พยักหน้าตกลงโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าที่ใกล้เข้ามา
หลับตาลงยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แผ่นหลังที่สัมผัสกับที่นอนนุ่มอย่างช้า ๆ
สัมผัสอ่อนโยนที่ได้รับกับปลายนิ้วที่ลากผ่านแผ่นอกอย่างจงใจ
ทำให้ร่างบางกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หากเพียงที่สัมผัสไม่ใช่ปลายนิ้ว?
หากเพียงที่ได้รับการสัมผัสไม่ใช่แผ่นอก? แค่คิดร่างบางก็หันหน้าหนีด้วยความอาย
แต่ดูเหมือนอีกคนจะดูออกประคองใบหน้าหวานให้สบตา
ริมฝีปากอุ่นก็ประทับลงที่ปากแดง หากสิ่งที่สัมผัสไม่ใช่ปลายนิ้ว
แต่เป็นปลายลิ้นที่ตักตวงความหวาน เมื่อสิ่งที่ถูกสัมผัสไม่ใช่แผ่นอกขาวแต่เป็นปากแดงที่หน้าหลงใหล
ไม่ว่าใครคงไม่หยุดอยู่แค่นั้น ค่ำคืนที่ได้สิ้นสุดลงแล้วถูกยืดระยะเวลาออกไป
เพื่อการสิ้นสุด เรื่องราวทั้งหมดจะกลายเป็นอดีต
..................................................................




ก๊อก----------ก๊อก --------------- ก๊อก
ก๊อก----------ก๊อก --------------- ก๊อก
ก๊อก----------ก๊อก --------------- ก๊อก




"อะไร "แจจุงถามอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นชางมินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กอดหมอนอยู่หน้าห้อง




"นอนด้วยสิ นอนด้วยกันจะได้อุ่นๆ " เด็กหนุ่มบอกอย่างอารมณ์ดี??




"ไม่..........เฮ้ย" แจจุงปฏิเสธแต่ไม่ได้ผล ในเมื่อร่างสูงตอนนี้ไปนอนอยู่ที่เตียงเรียบร้อยแล้ว
ผ้าห่ม หมอนข้างก็เอาไปหมด




"ลุกเลย ชางมิน ....เฮ้ย!! ..ไอ้นี้ "แทนที่เค้าจะลุกตัวเองก็โดนฉุดลงไปนอนด้วยกันซะอย่างนั้น




"นอนเถอะ ดึกแล้ว happy.gif ราตรีสวัสดิ์ครับ" แล้วแป๊บเดียวเด็กหนุ่มก็หลับสนิท
ทิ้งให้อีกคนมองอย่างไม่อยากเชื่อ
แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไร ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน กระซิบเบาๆที่ใบหู แล้วหลับตาลง




".................................................."




.............................................................................

..................
เช้าวันรุ่งขึ้นจะไม่เป็นเหมือนที่เคย........




ไม่มีคำว่า "อรุณสวัสดิ์"



ประตูถูกปิดลงโดยไม่มีคำลา........




....+========The thin line ========+...